วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Journal week11


Business Intelligence (con’t)
Web mining – เป็นการเก็บข้อมูลดูพฤติกรรมของผู้ใช้เว็บ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ลักษณะ พฤติกรรมของผู้ใช้ได้ ทำให้สามารถเสนอเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่ผู้ชมสนใจได้ถูกต้อง โดยสามารถทำได้ 3 รูปแบบ คือ
1.       Web content mining ดูว่าในเว็บมีคอนเทนท์ไหนที่ผู้ชมสนใจบ้าง
2.       Web structure mining ดูในเชิงโครงสร้าง เช่น ดูว่า URL ของเว็บว่ามีประโยชน์ไหม หรือว่าผู้ใช้เค้าเข้ามาทาง link จาก Website อื่นๆ เพราะฉะนั้นบ.ควรสร้าง brand recognition เพื่อให้คนจำ URL ได้มากขึ้น
3.       Web usage mining เก็บสถิติจำนวนครั้ง จำนวนเว็บ จำนวนคลิกเพื่อให้ทราบพฤติกรรมมากขึ้น
Strategic information system planning
เป็นการวางแผนว่าจะใช้ระบบสารสนเทศแบบไหนบ้าง ต้องเก็บข้อมูลอะไร วางแผนการใช้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน
1.       Strategic IT planning  กำหนดกลยุทธ์ของบ.โดยดูความสัมพันธ์ของเป้าหมายและระบบสารสนเทศที่ใช้
v Set  IS mission ขึ้นกับว่าบริษัทมองความสำคัญของระบบสารสนเทศระดับไหน แล้วจึงวางระบบสารสนเทศให้ใช้งานได้กับทุกระดับในองค์กร
v Assess environment ประเมินความสามารถของระบบในปัจจุบัน+ประเมินสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ดูโอกาสหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ
v Assess organizational objectives/strategies  ทบทวนแผนกลยุทธ์ของบริษัทว่าเหมาะสมกับปัจจุบัน/ต้องปรับใหม่หรือไม่ ระบบสารสนเทศตอบสนองความต้องการแล้วหรือยัง
v Set  IS policies, objectives. Strategies ระบุความสำคัญของระบบสารสนเทศว่าเป็นระบบหลัก หรือสนับสนุน ต้องมีอยู่ส่วนใดของบริษัทบ้าง

2.       Information requirements analysis กำหนดระบบสารสนเทศให้สอดคล้องกับกลยุทธ์
v Assess organization’s information requirements ดูความต้องการว่าต้องใช้ระบบสารสนเทศอะไรบ้าง โดยแบ่งเป็น Current need ดูความต้องการในปัจจุบัน และ Projected need ดูความต้องการในอนาคต
v Assemble master development plan ดูว่าแต่ละแผนงานสารสนเทศใช้เวลากี่ปี จะทำเมื่อไรโดยจัดลำดับความสำคัญของแผนงา

3.       Resource allocation  วางแผน ประเมิน จัดการทรัพยากรที่ต้องใช้ในระบบสารสนเทศ ทั้งด้านการพัฒนาและการดำเนินงาน
v Develop resource requirements plan ประเมินทรัพยากรเพื่อให้รู้ต้นทุน เงินทุนที่ต้องใช้

4.       Project planning: Evaluate project and develop project plans ประเมินความคุ้มค่าของแผนงานว่าคุ้มหรือไม่ ถ้าไม่อาจต้องปรับปรุงแผนใหม่ 
 The business systems planning (BSP) model
วิเคราะห์ข้อมูลทั้งองค์กรโดยดูจาก Business process จากนั้นจึงดูว่าใช้ data classes อะไรบ้าง ดูว่าแต่ละขั้นตอนใช้ dataอะไร และสร้างdataอะไรบ้าง ดูการไหลของข้อมูล โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.       Gaining Commitment บุคลากรในองค์กร
2.       Defining Business Process
3.       Defining Data Classes
4.       Analyzing Current Systems Support ประเมินสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน
5.       Determining the executive expectation สอบถามสิ่งที่คาดหวังในอนาคตจากผู้บริหารระดับสูง
6.       Defining Findings and Conclusions สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม
7.       Defining Info Architecture
8.       Determining Architecture Priorities จัดลำดับความสำคัญของระบบ
9.       Developing recommendations and Action Plan
Pros: เห็นภาพรวมขององค์กร ระบบและข้อมูลที่ใช้ เหมาะสำหรับบริษัทที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
Cons: ใช้เวลานาน ต้องวิเคราะห์ข้อมูลมาก ให้ความสำคัญกับข้อมูลปัจจุบันมากกว่าอนาคต

Critical success factors (CSFs)
กำหนดปัจจัยหรือประเด็นที่สำคัญด้านความอยู่รอดและประสบความสำเร็จของบริษัท ซึ่ง CSF ในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นก็แตกต่างกันไป โดยเน้นการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงถึงประเด็นสำคัญๆของบริษัท โดย CSF มีขั้นตอนดังนี้
1.        Aggregate and Analyze Individual CSFs
        2.        Develop Agreement on Company CSFs
        3.        Define Company CSFs
        4.        Define DSS and Database
        5.        Develop IS Priorities

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Journal week10


Enterprise System/Supply Chain Management/Enterprise Resource Planning
ระบบสารสนเทศแบบเดิมที่ถูกสร้างขึ้นโดยแต่ละแผนก จะไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย จนอาจทำให้เกิดปัญหาในการบริหารได้ เช่น พนง.ไม่สามารถเช็คของได้ ลูกค้าตามระบบส่งของไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการจัดทำ enterprise systems

Enterprisewide Systems
•                    ERP
•                    CRM
•                    Knowledge Management Systems (KM)
•                    Supply Chain Management (SCM) กระบวนการตั้งแต่เริ่มสั่งสินค้าไปจนถึงการส่งให้ถึงมือลูกค้า
•                    Decision Support Systems (DSS)
•                    Intelligent Systems
•                    Business Intelligence (BI)

ตัวอย่างของระบบที่ถูกนำมาใช้ใน SCM
·         Warehouse Management System (WMS) เป็นระบบจัดการพื้นที่ที่มีอยู่จำกัดให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด
·         Inventory Management System (IMS) ระบบบริหารจัดการสินค้า
·         Fleet Management system ใช้ในการบริหารการจัดส่งสินค้า
·         Vehicle Routing and Planning เป็นการคำนวณเส้นทางการจัดส่งสินค้าเพื่อให้ระยะสั้นที่สุด
·         Vehicle Based System เป็นการติดตามสถานะปัจจุบันของรถขนส่งสินค้า

10 IT Trends for Logistics Supply Chain Management
  1. Connectivity เช่น เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth wireless gps
  2. Advanced Wireless : Voice & GPS เป็นการสื่อสารด้วยเสียงและgps เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูล
  3. Speech Recognition การสั่งงานด้วยเสียง
  4. Digital Imaging เป็นการประมวลผลรูปภาพเข้าสู่ระบบ
  5. Portable Printing เครื่องพิมพ์แบบพกพา
  6. 2D & other barcoding advances ระบบบาร์โค้ด2มิติ
  7. RFID
  8. Real Time Location System; RTLS ระบบแสดงตำแหน่งในเวลาจริง
  9. Remote Management ระบบจัดการทางไกล เช่น อยู่สนญ.แต่สามารถเช็คสต๊อกสินค้าได้
  10. Security ความปลอดภัยของอุปกรณ์ไร้สาย

Collaborative Planning ระบบที่เชื่อมต่อ วางแผนให้แต่ละแผนกเชื่อมถึงกันได้ เช่น แผนกผลิต,ขนส่ง,การไหลของสินค้า การแชร์ข้อมูลทำให้ใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพและสนองความต้องการของลูกค้าได้
Vendor Managed Inventory (VMI) มีการแชร์ข้อมูลระหว่างบ.กับsupplier คือ จะมีการตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังเรื่อยๆ เมื่อสินค้าคงคลังลดลงจนต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้จะมีการออกใบสั่งซื้อไปยังsupplierโดยอัตโนมัติ
Enterprise Resource Planning (ERP) Systems
เป็นระบบที่เชื่อมต่อประสานงานกับทุกหน่วยในบ. เช่น การวางแผน, บริหาร, การใช้วัตถุดิบ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้ทันเวลา และช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มผลกำไร คุณภาพสินค้าดีขึ้น
ERP – Lease or Buy?
-การพัฒนาระบบเองจะทำให้ระบบเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ แต่ใช้เวลานานและแพง
-การซื้อโปรแกรม สะดวก รวดเร็วและถูกกว่าการพัฒนาเอง
-การเช่า ทำให้ได้โมดูลที่ดีที่สุดของแต่ละบ. และราคาถูกที่สุด
แต่ทั้งการตัดสินใจเลือก ขึ้นอยู่กับความจำเป็น ลักษณะธุรกิจของบริษัท และทรัพยากรของบริษัทว่ามีเพียงพอหรือไม่


วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

Journal Week9

Data Warehouses มีจุดประสงค์เพื่อสร้างเป็นที่เก็บข้อมูลสำหรับการดำเนินงานโดยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
ข้อดี : สามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วเพราะข้อมูลอยู่ในที่เดียวกัน และผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และบ่อยครั้งเท่าที่ต้องการโดยใช้เว็บเบราเซอร์
ลักษณะของ Data Warehouses
1.      Organization ข้อมูลถูกคัดเลือก และนำมาใส่ใน data warehousesโดยจัดเรียงตามรายละเอียด หัวข้อ
2.      Consistency ข้อมูลอาจถูกบันทึกใน database ต่างกัน แต่เมื่อมาอยู่ในwarehouseจะต้องทำให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน
3.      Time variant ข้อมูลอาจเก็บไว้5-10ปี ตามแต่ลักษณะ,กระแส,การคาดคะเน
4.      Non-volatile ข้อมูลจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะเป็นการเก็บข้อมูลย้อนหลัง อาจมีแค่เติมข้อมูลใหม่ลงไปเท่านั้น
5.      Relational
6.      Client/server ใช้client/serverในการให้บริการ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย
Data Warehouse Processing
1.      รวบรวมข้อมูล จากภายในและภายนอกองค์กร
2.      สร้าง Meta Data โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับข้อมูลในwarehouse
3.      Data Staging เป็นการจัดการข้อมูลเพื่อใส่ใน data warehouse ประกอบด้วย Extract, Clean, Transform, Load เพื่อสร้างเป็นdatacube
4.      สร้างData Warehouse นำข้อมูลdata cube มาทำเป็น data warehouse โดยยึดวัตถุประสงค์ของธุรกิจเป็นหลัก
5.      สร้าง business view นำเสนอข้อมูลสำหรับผู้บริหาร เพื่อให้ผู้บริหารนำไปใช้
Data Mart เป็นการนำข้อมูลบางส่วนของ data warehouse มาใช้สำหรับ strategic business unit หรือแต่ละแผนก แบ่งเป็น
- Replicated(dependent)เป็นการคัดลอกบางส่วนของdata warehouseมา
- Stand-alone เช่น datamart ของแต่ละแผนกโดยไม่มีdata warehouse
Data Cube เป็นฐานข้อมูลหลายมิติ(Multidimensional databases aka. OLAP) ที่จัดการข้อมูลตามมิติ เช่น ภูมิศาสตร์ เวลา ผลิตภัณฑ์
Business Intelligence (BI)
เป็นกระบวนการที่รวมเอาเครื่องมือ ฐานข้อมูล วิธีการต่างๆมาเพื่อใช้ในการเข้าถึง จัดการข้อมูล และให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ทางธุรกิจได้ โดยแบ่งเป็น
Reporting and analysis 
  • Enterprise reporting and analysis
  • Enterprise search
  • Scorecards
  • Dashboards
  • Visualization tool
Analytics
  • Predictive analytics
  • Data,text and web mining
  • OLAP(online analytics processing
Data Integration
  • ETL (extract,transformation,load)
  • EII (enterprise information integration)

Data Mining ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากใน Database เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ทำให้สามารถเห็นpatternของข้อมูลได้

Text Mining เป็น Data mining สำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างในการจัดเก็บ เช่น การประกันสินค้า การให้ความช่วยเหลือลูกค้า

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

Journal week8

  ระบบ (System) มีองค์ประกอบ คือ 
1-Input ข้อมูลดิบที่เราใส่เข้าไป
2-Process กระบวนการแปลงข้อมูลดิบเพื่อให้นำไปใช้ได้
3-Output ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการจากระบบ
                วัตถุประสงค์จะเป็นตัวกำหนดว่า Outputที่เราต้องการเป็นแบบไหน จากนั้นไปดูว่าต้องใช้วิธีการอะไรถึงจะได้มา สุดท้ายแล้วจึงรู้ว่าต้องใช้ Input แบบไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ แต่ข้อมูลที่ออกมาจะกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีกลไกทำให้เป็นระเบียบ
            ระบบสารสนเทศ (Information System)
เป็นระบบที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาประมวลผล วิเคราะห์เพื่อสร้างสารสนเทศสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน และนำเสนอให้ผู้ที่ต้องการซึ่งต้องเป็นผู้มีสิทธิได้รับสารสนเทศ นอกจากนี้ยังมีการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในอนาคตด้วย แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ  Transaction processing system, Decision support system, Executive support system
องค์ประกอบของ IS 
1.       Hardware
2.       Software
3.       Data
4.       Network
5.       Procedures
6.       People
ต้องมีครบ6องค์ประกอบ แต่ไม่จำเป็นว่าถ้ามี6อย่างนี้แล้วจะต้องเป็น IS

Data Management มีจุดประสงค์เพื่อสร้างinfrastructure เพื่อเปลี่ยนข้อมูลดิบไปเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพสูงแก่องค์กร

Data Life Cycle Process
New DataàDatabase/Data warehouse/Data MartsàAccess warehouse &Take a copyàAnalysis

Data Warehouses
ข้อดี : เข้าถึงข้อมูลได้เร็ว ง่าย end-user เข้าถึงข้อมูลได้เอง
เหมาะกับองค์กร : มีข้อมูลเยอะและ end-user ต้องเข้าถึงได้, ข้อมูลที่ใช้ดำเนินงานถูกเก็บอยู่ในระบบต่างกัน, ฐานข้อมูลลูกค้ามีขนาดใหญ่และเปลี่ยนบ่อย

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Journal week7

Drivers of Mobile Computing & M-Commerce
-Widespread availability of mobile devices ประเทศไทยมีเบอร์มือถือมากกว่าจำนวนประชากร
-No need for a pc มือถือก็ทำงาน ทำธุรกรรมได้เหมือนคอม ใช้เวลาน้อยกว่าด้วย
-Handset culture เป็นแฟชั่น หรือบางคนบ้าเทคโนฯเปลี่ยนมือถือทุก 6 เดือน
-Declining prices, increased functionalities เทคโนโลยีพัฒนาเร็ว ราคาลดลง
-Centrino chip จริงๆแล้วเราไม่ค่อยได้ใช้แอพพลิเคชั่นอะไรที่ซับซ้อนมากมายในเครื่องคอมฯ +กว่าจะเปิดปิดคอมใช้เวลานาน เลยหันมาใช้มือถือสะดวกกว่า เร็วกว่า เพราะไม่ได้ใช้อะไรซับซ้อนก็ทำธุรกรรมได้
-Availability of internet access in automobile จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
-Networks  3G,4G ประเทศไทยน่าจะมี3Gใช้ปีหน้า2554
-The service economy รายได้ของบ.มือถือไม่ได้มาจากแค่ค่าบริการ ต้องขายพวกคอนเทนท์ ริงโทนด้วย เพราะถ้าขายvoice serviceอย่างเดียว ธุรกิจมันไม่โตแล้ว

Mobile Computing Infrastructure
•       WAP (Wireless Application Protocol) – a set of standards designed to extend Internet services to mobile phones, pagers, and PDAs   protocolเป็นภาษาสากลที่ใช้กัน
•       Markup languages: WML, XHTML
•       Mobile development: .NET compact, Java ME, Python
•       Mobile Emulators เอาไว้เล่นเกมในคอม
•       Microbrowsers: Android, Safari, IE mobile, Firefox mobile
•       HTML5 เป็นprotocolใหม่ ที่พยายามจะให้เป็นstandard ของเก่าใช้flash/Javaต้องมานั่งอัพเดท แต่HTML5ทำเป็นเหมือนหน้าเว็บเลย ไม่ต้องมานั่งอัพเดท Appleไม่ค่อยรองรับflash เพราะพยายามจะใช้HTML5

-3G จริงๆแล้วก็ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเท่าไร แต่สำหรับผู้ประกอบการจำเป็นมาก
-WiMax เป็นเสาไฟฟ้าใหญ่ๆ เพื่อส่งwirelessให้ครอบคลุมทั้งเมือง(จากเดิมที่ส่งสัญญาณกันแค่ในบ้าน) ประเทศไทยมีทดลองใช้ที่ม.แม่ฟ้าหลวง ถ้ามีทั้ง3G&WiMaxใช้จะดีมาก แต่ผู้ประกอบการไม่ได้รับประโยชน์มากเท่าไร เลยไม่มีคนทำ
                -BlackBerry OS ใช้social network effect ทำให้คุณค่าของสินค้ามากขึ้น เพราะคนใช้จะไม่สามารถออกจากวงสังคมนี้ได้ เพราะจะทำให้คุณค่าของมือถือลดลง แต่ถ้ายิ่งมีเพื่อนใช้มากขึ้น ก็จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น
                -Android OS ในอเมริกา คนที่ใช้จะมีอายุนิดนึง อนุรักษ์นิยม ไม่ใช่คนเมืองจ๋า Appleพยายามพัฒนา
M-Commerce Business Models
•       Usage fee model (subscription based/usage based)
•       Shopping Business Models
•       Marketing business Models
•       Improved Efficiency Models
•       Advertising Business Models (Flat fees/Traffic-based fees)
•       Revenue-Sharing Business Models
เช่น บ.เพลง ขายแต่เพลงไม่ได้แล้ว มาขายคอนเทนท์ ริงโทนแทน แล้วแชร์รายได้กับบ.มือถือ
Mobile Banking & Stock Trading ไว้ใช้โอนเงิน จ่ายเงิน เพิ่มการใช้บริการของธนาคารให้มากขึ้น
                ITunes
Apple ไม่ได้ตั้งใจจะขายฮาร์ดแวร์ อย่างiphone ipod บางทีfeaturesต่างๆสู้บ.อื่นไม่ได้ แต่ขายดี เพราะเค้าขาย contents เช่น iTunes Appleใช้เป็นmusic door แค่ไปดาวน์โหลดiTune store มีทั้งพวกเพลงเก่า นักร้องไม่ดัง/ไม่มีที่ขาย แล้วเค้าขายแค่99เซ็นต์ ไม่เกิน2เหรียญ ซึ่งเป็นราคาที่คนรับได้ คนยอมจ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ (ในช่วงที่downloadกำลังบูม) ตอนนี้ iTunes ขายเพลงได้66%ของเพลงที่ขายได้ทั้งหมดในอเมริกา Win-Winทั้งapple นักร้อง ค่ายเพลง
                App Store
Applicationเล็กๆน้อยๆ ที่appleขายก็ 99 เซ็นต์เหมือนกัน ไม่เกิน 5 เหรียญ คนที่พัฒนาก็เป็นคนธรรมดาที่ขายให้iTune storeทำให้มีcontentsเยอะ(long tail) จากเดิมที่ต้องเป็นบ.ใหญ่ๆพัฒนา ขายราคาแพงๆ
                บ.ต่างๆพอเห็น Apple ขายดี ก็จะมาทำให้เครื่องมือ เครื่องใช้เสริมให้ เช่น case ลำโพง ฯลฯ แล้วพอผลิตให้ Apple แล้วก็จะไปผลิตให้บ.อื่นไม่ได้/ไม่สะดวกแล้ว +คนใช้ พอเห็นแอปเปิ้ลมีฟังก์ชั่นเสริมเยอะก็สบายใจว่าซื้อไปแล้ว มีaccessoriesให้ใช้แน่นอน
Interactive book พวกหนังสือนิทาน สำหรับเด็ก ขายดีมาก แอปเปิ้ลพยายามผลักดันให้มาอ่านหนังสือE-book
iPad ทำให้ชีวิตคนเปลี่ยน ที่กระทบมากคือพวก นสพ นิตยสาร เพราะคนไม่ค่อยอ่านกระดาษแล้ว เลยไปขายแบบออนไลน์แทน
Kindle  ไว้อ่านหนังสืออย่างเดียวเลย(E-paper) แต่พวกiPadยังเป็นแอพฯที่เชื่อมกับคอมอยู่(จอกระพริบตลอดเวลาเหมือนคอม) แต่E-bookไม่กระพริบ
Augmented Reality ความเป็นจริงเสมือน แปลงของจริงเป็นโลกเสมือน เช่น เอามือถือไปส่องดูตามบ้านเพ่อให้รู้ว่าบ้านไหนขายมั่ง แปลงภาษาอังกฤษเป็นสเปน  ในไทยมีแสนสิริ เลย์ทำ
ข้อจำกัด
-           3G ยังไม่เข้ามา
-           กลัวไม่ปลอดภัย เช่น e-banking
-           iPadใหญ่ ขี้เกียจพก